วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552

สาวกแอลกอฮอล์ลิซึ่ม...พึงระวัง!!



แอลกอฮอล์
มะเร็ง สาเหตุการตายอันดับ 1 ชายไทย

โรคมะเร็งที่รุนแรงชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของมะเร็งในผู้ชายไทย คงหลีกเลี่ยงไม่พ้น “มะเร็งตับ” ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี หรือผู้ป่วยที่มีภาวะตับแข็ง ที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ ไวรัส การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ธาตุ เหล็กที่สูงเกินปกติและแคลเซียม หรือผู้ป่วย ที่ได้รับสารอะฟลาทอกซิน รวมทั้งผู้ป่วยที่มีประวัติสมาชิกในครอบครัวเป็นมะเร็งตับหรือโรคไวรัสตับอักเสบ

ตับ เป็นอวัยวะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของร่างกาย อยู่บริเวณช่องท้องใต้กระบังลมค่อน ไปทางขวา ทำหน้าที่ทั้งเก็บสำรองอาหาร เป็น แหล่งสร้างพลังงานความร้อน สร้างน้ำดีเพื่อ ช่วยย่อยอาหาร สร้างเอ็นไซม์ที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ นอกจากนี้ตับยังช่วยทำลายพิษที่เข้ามาในร่างกายและขับออกจากร่างกาย

โดยผู้ป่วยมะเร็งตับในระยะแรกมักไม่มีอาการอะไร เมื่อมีอาการที่ชัดเจนมากขึ้น ก้อนมะเร็งก็มีขนาดใหญ่มากแล้ว เมื่อตรวจพบก็สายเกินไปที่จะรักษา ดังนั้น ควรหมั่นสังเกตตนเองเมื่อรู้สึกอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร จุกเสียด แน่นท้อง น้ำหนักลด หรือปวดชายโครงด้านขวา ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ ให้แพทย์ตรวจดูร่างกาย อย่างละเอียด

สำหรับในประเทศไทย โรคมะเร็งตับส่วนมากมักจะพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงในช่วงอายุระหว่าง 35-65 ปี มีอัตราเฉลี่ยระหว่างผู้ชายและผู้หญิง คือ 4.6:1การตรวจหามะเร็งตับ สามารถตรวจหาได้จากสารอัลฟาฟีโตโปรตีนเป็นสารที่เป็นตัวบ่งชี้ เพื่อการวินิจฉัยอาการของผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็นโรคมะเร็งตับ หากตรวจพบสารอะฟลาฟิโตโปรตีนในเลือดมีระดับสูงมากก็จะช่วยในการวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำมากขึ้น โดยผู้ป่วยโรคมะเร็งตับประมาณ 60% จะตรวจพบสาร นี้อยู่ในระดับที่สูงมาก หรือการตรวจวินิจฉัย ด้วยภาพซึ่งมีอยู่หลายวิธี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะ เป็นผู้กำหนดการตรวจว่าจะใช้วิธีใดหรือหลาย วิธีรวมกัน เพื่อความแม่นยำในการวินิจฉัยโรค อาทิ การทำอัลตราซาวด์ (Ultrasound) เพื่อหาความผิดปกติของตับ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)



เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงและป้องกันการเกิดโรคมะเร็งตับ ควรปฏิบัติดังต่อไปนี้



1.ควรรับวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี

2.ไม่รับเลือดนอกจากกรณีจำเป็น

3.ลด งด หรือหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกประเภท

4.หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีสารอะฟลาทอกซิน เช่น ถั่งลิสงคั่วที่มีสารอะฟลาทอกซิน

5.งดการฉีดยาเข้าเส้น งดการเสพยาเสพติดโดยการฉีด

6.ไม่ใช้ของมีคมร่วมกับผู้อื่น

7.ผู้ที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง เช่น ไวรัสบีและซี ควรดูแลและรักษาสุขภาพอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์



สำหรับผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงสูง ควรตรวจเลือด ตรวจการทำงานของตับ ตรวจค่าบ่งชี้การเป็นมะเร็งตับทุกๆ 3-6 เดือน และตรวจอัลตราซาวด์ทุก 6 เดือน


ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น



My Calendar

เกริกเกียรติ วโรรส

รหัส 50011213024

คณะวิทยาการสารสนเทศ

สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ICT)

วิชา Internet and Communication in Daily Life (IC2)